
จำได้ว่ารู้จักหนังเรื่องนี้ก็ตอนที่มันใกล้จะลาโรงแล้ว
| เคยเห็นโปสเตอร์ที่ลิโด
แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ดูเป็นหนังจีนกิ๊กก๊อก(และตอนนั้นก็ไม่รู้ว่ามันดังเหมือนกันในบางกอกฟิล์ม)
| สุดท้ายต้องดูวิดีโอพากย์ไทย
| ดูรอบแรกรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจในหลายๆจุดโดยเฉพาะอารมณ์ของตัวเมิ่งเค่อเหริน
เด็กสาววัยสับสน | แต่ไอ้ความคลุมเครือแบบนี้คือเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของหนังหลายๆเรื่อง
เหมือนรู้จักคนที่เราไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนอย่างไร
ก็อยากมีโอกาสพูดคุยกับเขาอีกครั้งเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น | 2 ปีที่แล้วไปไทเป เมืองหลวงไต้หวัน
รู้สึกว่าเหมือนเข้าไปเดินอยู่ในหนังเรื่องนี้
เด็กผู้หญิงเกือบทุกคนหน้าตาท่าทางเหมือนนางเอกสองคนในหนังมาก
และวัยรุ่นเกือบทุกคนชอบขี่จักรยาน | ยังเสียดายจนทุกวันนี้ที่หาโรงเรียนของกลุ่มตัวเอกนั้นไม่เจอ
(และมารู้ทีหลังว่าอยู่ใกล้ๆกับที่พักเรามากๆ) | มีวันนึงเดินผ่านเสาต้นหนึ่งริมถนนย่านขายหนังสือของไทเป
ก็ค้นพบว่ารอบๆเสานั้น มีดีวีดีเถื่อนหนังนอกกระแสเต็มไปหมด กล่องสวยไฮโซทุกเรื่อง
| พยายามจะหาเรื่องที่ร้านพี่แว่นไม่น่าจะมี |
แต่จู่ๆก็เจอแผ่นหนังเรื่องนี้ หน้าปกสวยยวนใจ
แต่เป็นเวอร์ชั่นผลิตในญี่ปุ่น และไม่มีซับอังกฤษ มีแค่ซับจีนและญี่ปุ่น | พอแพ้ทางหน้าปก ซับอะไรก็ไม่ใช่ปัญหา(ได้ข่าวว่าก็เรียนภาษาจีนนี่...)
ก็เลยซื้อ แผ่นละประมาณ 200 ก็พอไหว | กลับมาดูที่เมืองไทย
อิ่มเอมจนน้ำตาแทบจะไหล | ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะไปอยู่ไทเปจนรู้สึกว่ารักไทเป
รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น รู้สึกคิดถึงที่นั่น ถึงจะอยู่แค่ 3 เดือนก็ตาม |
อาจเป็นเพราะเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกของเราด้วยกระมัง |
พอเห็นอะไรมันคล้ายๆกับตอนเราอยู่ที่นั่นแล้วก็เลยอยากกลับไปอีก | แต่อีกส่วนคือความคลุมเครือของตัวละคร
หลังจากดูหลายๆรอบแล้วก็รู้สึกค่อยๆเข้าใจขึ้นเรื่อยๆ เลยรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของมัน
และสิ่งนั้นทำให้เรารักหนังเรื่องนี้ | ล่าสุด เราไม่ค่อยชอบหนังเรื่อง Seasons Change เท่าไร
บอกไปหลายคนแล้ว และหลายคนนั้นก็บอกว่ามันไปเทียบกับ Blue Gateฯ ไม่ได้ เพราะมันแตกต่างกันทั้งประเด็นหนัง โทนหนัง และบริบทวัฒนธรรม |แต่ยังไงดู Blue Gateฯ แล้วก็ยังรู้สึกว่าคนทำเข้าใจวัยรุ่นจริงๆต่างจาก
Seasons Change ที่เรารู้สึกว่ามันฉาบฉวยไปหน่อย ใช้อะไรมากมายมาเคลือบเยอะไปหน่อย
| บทแน่นๆ
ย่อมทำให้ความงามของหนังเรื่องนั้นจีรังยาวนาน ไม่รู้สึกสนุกชั่ววูบ
ต้องใจชั่วพริบตา แล้วก็ลืมมันไป | การตัดต่อทำให้อารมณ์
‘หนังนิ่งไหลลึก’ | ภาพทำให้เรารู้สึกสบายตา
| การแสดงของนักแสดงโดยเฉพาะกุ้ยหลุนเหม่ย(รับบทเมิ่งเค่อโหรว)
ที่ทุกครั้งเวลาได้เห็นดวงตาของเธอมันทำให้เรารักเมิ่งเค่อโหรวมันคือสายตาของเด็กคนหนึ่งที่สับสนแต่เราก็รู้สึกว่าสักวันเธอก็จะผ่านช่วงเวลานี้ไป
เธอจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง | ไม่ว่าความสัมพันธ์ของ
เมิ่งเค่อโหรว , จางซื่อหาว จะลงเอยอย่างไร อย่างน้อยพวกเขาเติบโตขึ้น
ทั้งสองกำลังจะก้าวข้ามประตูสีฟ้าแห่งวัยเยาว์ | ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเขาและเธอจะคบหากันอย่างไรต่อไป
เธอจะรักเขาไหมแล้วตอนนั้นเขาจะยังรักและรอเธอหรือเปล่า | แต่ภาพของจางซื่อหาวและจักรยานของเขาจะเป็นภาพที่สวยงามที่สุดยามที่เมิ่งเค่อโหรวหลับตานึกถึงวันวาน
กำกับดี
: อี้จื้อเหยียน
แสดงดี
: กุ้ยหลุนเหม่ย
สิ่งที่ดี
: บทภาพยนตร์งดงามเหลือเกิน
(ใครชอบแนว character
study ควรดูเรื่องนี้) ,
การสร้างสถานการณ์และปฎิกิริยาของตัวละครทุกตัวที่แสนจะเป็นธรรมชาติ และแตกต่างจากหนังแนวๆนี้
, จังหวะการตัดต่อดีมาก นิ่ง เงียบ มีพลังมาก และรู้สึกว่ามันตัดแบบไม่ธรรมดา
ฉากที่ดี
: ทุกฉากสนทนาระหว่างเมิ่งเค่อโหรวและจางซื่อหาว
ฉากที่น้ำตาแทบร่วง
: ฉากที่เมิ่งเค่อเหรินและจางซื่อห่าวปั่นจักรยานเคียงข้างกันไปพร้อมกับเสียงในใจที่คลี่คลายของเมิ่งเค่อเหริน
** เหมือนหลายคนจะไม่เห็น เรื่อง Any Film Club สามารถอ่านได้แล้วนะครับ
คลิกที่ previous entry ได้เลย
edit @ 2006/09/10 17:37:29
edit @ 2006/09/10 17:39:10
edit @ 2006/09/10 17:42:41
edit @ 2006/09/11 21:19:52
edit @ 2006/09/11 23:40:23
edit @ 2006/09/16 12:45:39