:)

-10yearsthaishortfilm

2006/Sep/10




หลายคนอาจจะคิดว่าจะมารำลึกความหลังคนกันเองทำไม มีโฆษณาแฝงรึเปล่า ก็ไม่ขอตอบละกันนะครับ (แล้วมึงจะเปิดเรื่องแบบนี้ทำไมเนี่ย )

ย้อนกลับไปสมัยม.ปลาย (รอบที่สามแล้ว) เทศกาลหนังชื่อ Oriental Love Film Festival ถือว่าเป็นสิ่งแปลกประหลาดมากในยุคสมัยที่การจัดเทศกาลหนังต่างๆยังไม่บูมสุดขีดขนาดยุคนี้ที่จัดกันแทบทุกเดือนตามจุดต่างๆทั่วมุมเมืองและมหาลัยต่างๆ และยิ่งประหลาดกว่าเดิมเพราะตอนนั้นแปลคำว่า Oriental ไม่ออก ผมไม่แน่ใจว่าไปได้ข่าวเทศกาลหนังเรื่องนี้จากเว็บอะไรและอย่างไร (ความจำส่วนนี้หายไปชนิดที่ไปตามกลับมาไม่ได้) แต่ในโปรแกรมเทศกาลนี้มีหนังดังนี้ครับ

ตัวงานจัดที่หอประชุมครุศาสตร์ จุฬาฯ ครับ

18 มีนาคม 2543

Fancy Dance (หนังเรื่องที่สองของผู้กำกับ Shall We Dance)

Kitchen ( จากหนังสือของ บานานา โยชิโมโต้)

Anna Magdalena ( กั่วฟู่เฉิง , เฉินฮุ่ยหลิน และ ทาเคชิ คาเนชิโร )

The Letter (ฉบับเกาหลี ต้นฉบับของ The Letter ไทย )

19 มีนาคม 2543

Be There or Be Square ( หนังของ เฝิงเสี่ยวกัง )

Unagi ( The Eel ) ของ โชเฮ อิมามูระ

First Love : A litter on the Breeze ( หนังที่โปรดิวซ์โดยหว่องกาไว และถ่ายภาพโดยคริส ดอยล์ )

Through the Olive Trees ( หนังอับบาส เคียรอสตามี)

Christmas In August (หนังเกาหลีในตำนานของใครหลายคน)

บริบทวัฒนธรรมในยุคนั้นของผมคือ ไม่รู้จักร้านแว่น ไม่รู้จักร้านเฟม ใดๆ ทุกประการครับ การจะดูหนังพวกนี้เลยต้องง้องานเทศกาลแบบนี้เต็มพิกัด ความรู้สึกตอนนั้นคือถ้าไม่ได้ดูตอนนี้ก็จะไม่ได้ดูอีกต่อไปเลย จึงถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตที่ต้องไปดู ตอนนั้นหนังที่อยากดูมากๆ คือ Anna Magdalena เพราะชอบโปสเตอร์มากๆ (ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าปกวิดีโอและวิซีดีของหนังเรื่องนี้ของบ้านเรา 14.5 ล้านเท่า) และ First Loveฯ เพราะมีชื่อหว่องกาไวติดอยู่ อีกเรื่องคือ Christmas In August เพราะคุณธัญสก(อ่านว่า ธัน-ยะ-สก)แกโปรโมตและโฆษณาไว้เยอะว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ นอกนั้นไม่อยากดูเพราะไม่รู้จักเลยซักเรื่อง ( อับบาสเป็นเพียงแค่ชื่อผู้กำกับที่ดูประหลาดไม่น่าไว้วางใจ อิมามูระคือใครก็ไม่รู้ ..... พอตอนนี้มานั่งดูสูจิบัตรอีกที ถึงจะเข้าใจว่านี่แกพลาดอะไรไปบ้าง)

พูดถึงคุณธัญสก (ช่วยอ่านว่า ธัน-ยะ-สก ไปก่อนนะครับ) เราติดต่อกับเขาครั้งแรกเพราะถามๆ เรื่องเทศกาลนี่แหละว่าจัดอะไรที่ไหนยังไง บัตรเท่าไหร่ แกก็ตอบกลับสม่ำเสมอ สมัยแกยังใช้เมล์ thunska@chaiyo.comอยู่เลย (อืม ได้ข่าวว่า ชื่อเมล์ก็บอกการอ่านชื่อที่ถูกต้องไว้ให้แล้ว)

จำได้ว่าวันนั้นติดรถอาโกวไปจุฬาฯ เพราะว่าอาโกวแกขับรถผ่านแถวจุฬา (ซึ่งถือเป็นสถานที่ไปยากมากๆสำหรับเรา และรถไฟฟ้าเป็นของแปลกประหลาดเพราะเพิ่งเปิดได้ 3 เดือน ) อาโกวถามว่าไปดูหนังอะไร ผมตอบว่าหนังฮ่องกง กับ หนังเกาหลี อาโกวบอกว่ามันมีหนังเกาหลีด้วยเหรอ ( ณ วันนี้อาโกวคงได้คำตอบแล้วล่ะครับ)

พอถึงที่งานผมไปซื้อบัตรกับชายร่างใหญ่ สกินเฮด และ ใส่แว่น ด้วยความที่ไปคนแรกๆของงาน ก็เลยได้คุยกับชายร่างใหญ่ สกินเฮด และ ใส่แว่น คนนั้น ท่าทางแกดูเป็นเจ้าของงานเลยถามว่าอ๋อ นี่คือพี่ธันยะสก ใช่ไหมครับ เขาก็ตอบคำถามนี้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ต่างไปจากตอนนี้เลยว่า ไม่ ความจริงแล้วชื่อเราอ่านว่า ธันสะกะ นะ เราก็แบบ อ๋อๆ เหรอพี่ (แต่ในใจคิด ชื่ออะไรวะเนี่ยประหลาด) ก็เลยได้รู้จักพี่แกครั้งแรกก็ตอนนั้นแหละ

กลับมาดูหนังกันต่อ ด้วยความที่ไปไวเกินเวลา ก็ไปเดินอ้อยสร้อยแถวๆนั้นแล้วกลับมาที่โรงเพื่อเข้าไปดูเรื่อง Kitchen ภายในห้องประชุมก็กว้างพอดีๆ รู้สึกตื่นตาเล็กน้อย เพราะไม่เคยดูหนังที่ไม่ใช่ในโรงหนัง เพลงบรรเลงรอคนดูเข้าโรงเป็นเพลงวันนี้ไม่มีพี่ชายของ Mr.Z อัลบั้ม Return to Retro ที่ยุคนั้นกำลังฮิต พอได้เวลาคุณพี่ธัญสก (อนุญาตให้อ่านว่า ธันสะกะได้แล้ว) ก็ออกมาเป็นพิธีกรกล่าวถึงหนังเล็กน้อย บลา บลา แล้วก็ฉายหนัง ( จำนวนคนดูนั้นไม่ค่อยเยอะมากตามสไตล์ของงานประเภทนี้)

Kitchen เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกประหลาดๆ หนังจังหวะช้าๆ ไม่คุ้นเคยกับหนังที่เคยดูๆมา และก็จบท้ายด้วยการที่ดูไม่รู้เรื่อง เพราะซับไตเติ้ลยาก เร็ว เล็ก อ่านไม่ทัน (ไม่คุ้นชินกับการอ่านซับอังกฤษ) ต่อมาเป็นหนังที่รอคอยมานาน Anna Magdalena หนังก็ประหลาดอีกละ ครึ่งแรกกับครึ่งหลังนี่คนละเรื่องเลย (ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน) จังหวะประหลาดอีกแล้ว อะไรวะ จบลงไปด้วยความรู้สึกกลางๆ และวันนั้นจบด้วย The Letter ที่ผมไม่ชอบเลย เพราะหนังมันช้ากว่าสองเรื่องที่แล้ว และยังน้ำเน่ามากๆ มันจะระทมอะไรกันขนาดนั้นวะ วันนั้นจึงเดินกลับบ้านด้วยความมึนตึ๊บ

วันต่อมา มาปิดเทศกาลด้วย Christmas In August ที่ว่าดีนักดีหนา กูจะขอพิสูจน์หน่อยซิว่าขนาดไหน

ตัวหนังรู้สึกว่าจะฉายด้วยวิดีโอที่คุณภาพไม่ค่อยดีนัก (แต่ก็รู้สึกว่าขลังดี อารมณ์ดูเป็นหนังหายาก) ผลปรากฏว่ามึนตึ้บพอๆกับ The Letter เพราะมาจากประเทศเดียวกัน (รึเปล่า) คือตอนนั้นผมไม่เคยสัมผัสกับหนังรักเกาหลีที่มีจังหวะเนิบนาบ เล่าเรื่องด้วยภาพ ก็ไม่เข้าใจว่ามันจะกินใจเฟรมไหนกันวะ ช่วยบอกกูที !!!

สรุป งานนี้ถึงแม้จะไม่ได้ดูหนังสนุกสนานมากมาย แต่อย่างน้อยก็ช่วยเปิดโลกกว้างให้กับคนดูที่ไปดูในวันนั้น รวมทั้งข้าพเจ้าเองที่ได้ค้นพบว่ามีหนังประหลาดอีกมากที่ฉายอยู่ในโลกใบนี้ และก็ภูมิใจเล็กๆที่ได้เฮโลฮิตหนังเรื่อง Christmas In August ก่อนชาวบ้านหลายปี

หลังจากนั้นคุณธัญสก แกก็จัดอีกงานหนึ่งชื่อ Hong Kong Film Festival ที่สมาคมฝรั่งเศส ที่รู้ข่าวเพราะมีการส่งโปสการ์ดมาประชาสัมพันธ์ภายใต้กลุ่ม Any Film Club แต่งานนั้นไม่ค่อยได้ดูอะไรมาก ไปดู Longest Summer ของฟรุต ชาน แล้วหนังค้างกลางเรื่อง เครื่องวีซีดีระเบิดอะไรประมาณนั้น ทราบข่าวว่า คุณพี่เขาลืมจุดธูปบวงสรวงเจ้าที่แถวนั้น แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้มาดูอีกเลย

หลังจากนั้นของหลังจากนั้น เราก็เพิ่งรู้ว่าคุณธัญสกแกก็ทำหนังสั้นกับเขา จำได้ว่าแกโทรมาชวนเราไปดูหนังสั้นเรื่อง รักเร่ ของแกที่ถนนพระอาทิตย์ แต่ตอนนั้นเราไม่รู้จักถนนพระอาทิตย์และคิดว่ามันน่าจะอยู่ไกลประมาณพัฒนาการ เลยบอกปัดไป

หลังจากนั้นของหลังจากนั้นและหลังจากนั้น เราก็ได้เจอแกปีละ 1 ครั้ง ตามงานเทศกาลต่างๆ จนหลังๆนี่แหละที่ได้เจอบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น บ่อยขึ้น จนทุกวันนี้แหละเจ้า

สรุปอีกรอบคือ การจัดงานฉายหนังครั้งนั้นของแก จึงเป็นสิ่งที่เราคิดว่าน่าชื่นชมมากที่เขามีความวิริยะ อุตสาหะ อุเบกขาและมุทิตา ที่ลงทุนลงแรง จัดงานฉายหนังที่ใช้ทุนมากมายขนาดนี้ สร้างอะไรดีๆให้กับสังคมบ้าง

จบ.(ห้วนๆแบบนี้แหละ)

ปล. ปัจจุบันเพิ่งไปซื้อ Christmas In August มาดูอีกรอบ จาก Big C ราคา 89 บาท ซึ่งเป็นรอบที่ 2 หลังจากการดูครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ความรู้สึกที่ได้เปลี่ยนไปมากมายตามอายุขัย

ปล.2 ณ เวลานั้น ไม่คิดว่าวันหนึ่งหนังเกาหลีจะดังขนาดนี้


edit @ 2006/09/10 09:19:57
edit @ 2006/09/10 09:23:38
edit @ 2006/10/15 23:33:39

2006/Aug/27

(สรุปแล้วบลอคนี้จะเป็นบลอคคนดูหนังวัยเกษียณรำลึกความหลังแล้วเหรอเนี่ย)

วันนี้จะมาพูดถึงหัวข้อ ม้วนแรกที่ร้านพี่แว่น ครับ

ย้อนกลับไปสมัยม.ปลาย(อีกแล้ว) สมัยที่ Little Big Film Project ที่ลิโดยังไม่บูม ยุคนั้นก็ไม่มีเฮาส์นะครับ การหาวิดีโอนอกตำรามาดูนี่ถือว่าเป็นสิ่งยากบัดซบมาก เวลาอ่านเจอในพวก cinemag คอลัมน์จำพวก ไปเยี่ยมเทศกาล...........กันเถอะ ก็จะได้อ่านเจอหนังชื่อประหลาดจากประเทศที่ไม่เคยคิดว่ามันทำหนังกันด้วย ( เช่น เยอรมัน ญี่ปุ่น อิตาลี เอ่อ ได้ข่าวเขาทำกันเป็นร้อยปีแล้วคุณน้องเพิ่งจะรู้เหรอ) อยากดูก็อยากดู แต่จะไปหาดูที่ไหน ร้านนิวหนวดแถวบ้านคงไม่สามารถตอบสนองแรงตัณหาได้ เพราะขนาดให้หา Anaconda มันเสือกหยิบ Armageddon มาให้ เครียดมาก จนวันนึงพลัดไปพลัดมา ผมได้ไปเจอร้านนาซ่า สะพานเหล็ก ซึ่งถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ครั้งแรกในวงการวิดีโอเถื่อน แต่ร้านนี้อย่างเก่งก็จะมีเฉพาะพวกหนังอินดี้ฝั่งอเมริกา+อังกฤษ (ตอนนั้นได้พวก Lock Stock & Two Smoking Barrels กับ Trainspotting ก็จากร้านนี้แหละ) ซื้อไปสักพักเริ่มประสบปัญหาเรื่องการเดินทางและพวกที่จอดรถที่หายากเหลือเกิน ก็พยายามจะหาร้านใหม่ๆที่มันมีพวกนี้และน่าจะใกล้บ้านกว่านี้ พออ่านๆเวบพันธุ์ทิพย์ในกระทู้พวก หนัง......(ก็เป็นหนังประหลาดๆจากประเทศประหลาดนั่นแหละ)...... หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ชื่อร้าน แว่นจตุจักร ก็เริ่มจะผ่านตา มีคนถามกระทู้แบบนี้เรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้คุ้นตาเข้าไปอีก (เรื่องตลกคือ กระทู้แบบนี้ปัจจุบันก็ยังมีคนโพสต์ถามอยู่ตลอด นี่มัน 7 ปีแล้วนะเว้ย)