:)

2007/Jan/20



บทสนทนาของผมและคนอีกคนหนึ่ง

: นี่ๆ หนังเรื่องใหม่ของเปโดร อัลโมโดวาร์นี่มันจะเข้าไหมเนี่ย ... มันชื่อเรื่องว่าอะไรนะ
ผม : อ๋อๆ โบลเบร์ๆ เดือนหน้าก็เข้าแล้ว
: อ้าวเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ แบรด พิทท์ เล่นกับ เคต แบลนเชทท์ เหรอ
ผม : ไม่ใช่โว้ย นั่นมันเรื่อง บาเบล แต่นี่มัน โบลเบร์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :
เวลาซื้อตั๋วที่โรง ถ้าอ่านว่า โบลเบร์ ซึ่งถูกต้องตามภาษาสเปน อาจได้ดูหนังเรื่อง บาเบล แทน

จบ.




2007/Jan/18


ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว หนังเรื่องไททานิคเข้าฉายในประเทศไทย และสร้างปรากฎการณ์พิลึกพิลั่นมากมาย เมื่อคำนวณดูแล้ว รู้สึกว่าจะจิตแตกกว่ายุครุ่งเรืองของแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ และ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง รวมกัน เราเชื่อว่าคนไทยเกือบทุกคนต้องได้รับมลพิษจากปรากฎการณ์นี้ รวมถึงไอ้เด็ก ม.3 อย่างเรา  

ปล. เอนทรี่ได้รับแรงบันดาลใจการไปกินเคเอฟซี ที่คาร์ฟูร์ อ่อนนุช แล้วเขาเปิดเพลง my heart will go on .

 

ข้อมูลเบื้องต้น
หนังชื่อ : ไททานิค
เข้าฉายในเมืองไทยเมื่อ
: 23 ธันวาคม 2540
กำกับโดย
: เจมส์ คาเมรอน แห่ง คนเหล็กทั้งสองภาค และ คนเหล็กผ่านิวเคลียร์ และ the abyss
นำแสดงโดย
: ลีโอนาร์โด ดิคราปิโอ และ เคต วินสเลต

 สิ่งทีเกิดขึ้นระหว่างปรากฎการณ์

1. ลีโอนาร์โด ดิคราปิโอ ดังเป็นพลุแตก ยิ่งกว่าออร์แลนโด บลูมในตอนนี้ แม้ว่าจะหล่อกันให้สาแก่ใจไปแล้วในโรมิโอแอนด์จูเลียต แต่มาไททานิคนี่ดังโคตรพอโคตรแมร์ แต่พอดังไปสักพักก็จะเริ่มมีกระแสต่อต้านสังคมตามไทยแลนด์แดนหมั่นไส้ หาว่าเป็นฝรั่งหน้าลาวบ้าง อะไรทำนองนั้น 

2. ก่อนหนังฉายมีการฉายเอ็มวี My heart will go on ก่อนหนังจริงจะเริ่มฉาย ซึ่งในชีวิตนี้ไม่เคยเจอมาก่อน จนทุกวันนี้ก็เห็นว่าจะมีแค่หนังเรื่องนี้เรื่องเดียวที่ทำอย่างนี้

3. คุณก็รู้ว่าเพลง My heart will go on มันก็ดังขนาดไหน เปิดกันทั่วเมือง ได้ยินทุกวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ฟังกันจน my heart ไม่อยากจะ go on ถ้าต้องฟังเพลงนี้ต่อไป

4. มีการวิเคราะห์เพลงนี้กันอย่างเมามันในหมู่เด็ก ม.2 โรงเรียนผม มันวิเคราะห์กันว่า การใช้เครื่องดนตรีแบบในเพลง มันสะท้อนถึงความโศกเศร้า .... (อืม ถือเป็นเพลงที่สร้างสังคมอุดมปัญญา) ส่วนเด็กม.1 อีกหลายคน จะเอาเนื้อเพลงนี้ไปแปลส่งครูในวิชาภาษาอังกฤษ

5. คนไทยรู้จัก ซีลีน ดิออน อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกและรู้สึกชิดเชื้อเหมือนเป็นนักร้องบ้านเรา เพราะเห็นหล่อนทุกวัน ในรายการบันเทิงไทยที่จะชอบเปิดเอ็มวีเพลงนี้ทิ้งท้ายเป็นการปิดรายการ

6. แต่ที่เหนือกว่า คือ อัลบั้ม Heart of the Ocean อัลบั้มซึ่งรวบรวมเพลงคุณภาพในยุคนั้นไว้หมดโดยไม่แยกแยะค่าย เช่น my heart will go on – wannabe – เพลงของซาเวจ การ์เด้น สุดคุ้มขนาดนี้ใครจะไม่ซื้อล่ะครับ แต่... พอกลับมาที่บ้านฟัง ... อืมทำไมเสียง ซีลีน ดิออน มันแก่ๆเหมือนเจ็บคอวะ ทำไมเสียงสไปซ์เกิร์ล มันเหมือนพี่ที่ขายส้มตำแถวบ้านกูวะ ต้องเพ่งรายละเอียดในปกในของเทปอีกรอบ ถึงจะรู้ว่า มันถูกขับร้องโด้ย Celine Dior และ คณะ Spicy Girls …  ไอ้ห่า เอาเงินกูคืนมา ...

6.1 อัลบั้มอื่นๆที่มีเพลงนี้ ออกมาหลายอัลบั้มมากจนจำไม่ได้ ทั้งรีมิกซ์ไม่รีมิกซ์ โอย ...

7. เคต วินสเลต ถูกแซวว่าอ้วนจนทำให้เรือไททานิคล่ม

8. ฉากเปลือยของเคต วินสเลต จากหนังเรื่องเก่าๆ อย่าง Jude ถูกขุดขึ้นมาประโคมตามหน้าอินเทอร์เนตอย่างมากมาย

8.1 อ้อ ส่วนลีโอนาร์โด ก็ถูกขุดฉากเปลือยมาด้วย จากเรื่อง Total Eclipse

9. ส่วนฉากเปลือยของเธอใน ไททานิค ถือเป็นฉากเปลือยฉากแรกๆที่ได้ดูกันอย่างเป็นทางการโดยที่พ่อแม่ไม่ว่า ในประสบการณ์การดูภาพยนตร์ของเด็กชายหลายๆคน

10. สารคดีเกี่ยวกับเรือไททานิค ถูกผลิตออกมาให้ดูจนคุ้นเคยเหมือนเป็นบ้านตัวเอง นี่ยังไม่นับหนังสือเถื่อนๆ ที่ทำออกมาขายเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก

11. มีข่าวลือที่สาวๆทุกคนจะเอาไว้อวดรู้เกทับกัน คือ เรื่องโปสเตอร์หนังลายที่ เป็นลีโอนาร์โอ เต้นรำกับ เคต ตัวลีโอนาร์โดบอกว่าไม่ชอบเพราะลีโอนาร์โอไม่หล่อ

12. บางคนก็เป็นสาวกพลีชีพ แข่งกันดูหนังเรื่องนี้ เห็นว่าเกือบ 20 รอบก็มี (โอย... รอบละ 3 ชั่วโมง รอบเดียวผมก็ตูดบานแล้วครับ) และดูกลายเป็นแฟชั่นมากๆ ใครดูเยอะๆ ก็จะมียศศักดิ์ในสังคมกันไป

13. หนังฉายอยู่เกือบ 3 เดือน และยังมีรอบอำลาอีกมากมาย

14. สมัยนั้นมีจิ๊กซอว์ลายไททานิคขายเยอะมาก และบรรดาเสื้อยืดในตลาดนัดก็สกรีนรูปจากในหนังมาขายอีกเป็นกระสอบ

15. มีการถกเถียงว่า ฉากที่เอามือแปะกระจกที่มัวหมองด้วยไอน้ำเนี่ย ลีโอกับเคต ..... กันท่าไหน

16. มุข แจ๊ค ดอสั้น ฮิตตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่วัยคุณลุง

17. ฉากกางแขนบนหัวเรือ ถูกชาวไทยนำไปใช้อีกหลายต่อ ในเกือบทุกทริปที่มีการใช้เรือเป็นพาหนะ  

18. ช่วงนั้นมีหนังเรื่อง wrongfully accused ที่เล่นโดยเลสลี่ เนลสันออกมา มีการล้อฉากนี้เอาไว้ด้วย

นอกจากนั้นจู่ๆก็มีการไททานิค ภาคแคทเธอรีน ซีตา โจนส์ (แสดงไว้สมัยยังไม่ดัง) ออกมาฉายซะงั้น

18.1 และได้โปรดอย่าลืมโฆษณาห้างแว่นท๊อปเจริญ (หรือบิวตี้ฟูลวะ) ที่หญิงสาวใส่แว่นแล้วเกิดอารมณ์โรแมนติก ต้องไปกางแขนกับชายหนุ่มคนรักที่หัวเรือ ....

19. วลี ‘I’m a king of the world’ ดังมากๆ และเป็นฉากที่ใช้โปรโมทบ่อยมากๆ รวมถึงเจมส์ คาเมรอน ได้ตะโกนวลีนี้ไว้ด้วยเมื่อได้รับรางวัลออสการ์

20. หนังเรื่องนี้ได้ออสการ์ไปเกือบทุกสาขา คล้าย สุริโยไท ในบ้านเรา

21. วิดีโอหนังเรื่องไททานิค ม้วนละประมาณเกือบ 800 บาท ต้องจองก่อน ข้างในจะมีแถมฟิล์มจากหนังเรื่องนี้ให้ (ผ่านไปหลายปี ปรากฏว่าของเหลือบานเลย จนมันลดราคาเหลือ 300 ... ข้าพเจ้าโคตรเจ็บใจ)

 
22. (ช่วยบอกเล่าประสบการณ์ของพวกท่านด้วยเถิด
!)

2007/Jan/10

BLOG TAG

 

มาช้าประจำ ...
หลังจากโดนแท็กจนคนแท็กเริ่มลืม นานเสียจนไม่มีคนจะให้แท็กต่อแล้ว (โดนกันไปหมดวงคนรู้จักแล้ว)

จึงขอเล่นเกมหรรษานี้กับเขาบ้าง

แต่จริงๆแล้วเผอิญเป็นคนขี้พูด ในร่างกายเลยไม่ค่อยมีความลับ (แต่ไม่เคยพูดความลับเพื่อน)

ดังนั้นถ้าเรื่องไหนเขียนแล้วแบบ ... ใครๆก็รู้ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

 

5 ข้อที่ไม่เคยรู้และไม่ควรรู้เกี่ยวกับ วิชวลลี่ยัวร์ส

 

1. เป็นคนขี้จำ

ชอบจำอะไรได้เยอะ เรื่องเล็กๆน้อยๆ หยุมหยิมๆ ความรู้สึกตัวเองตอนนั้น กลิ่น อากาศ บทสนทนา และจะชอบจำเป็นซีน เป็นซีเควนซ์ เวลานึกกลับไปจะเห็นเป็นบุคคลที่สามกำลังมองตัวเอง จะเห็นเป็นมุมกล้องและการจัดแสง (ว่าไปนั่น... แต่ไม่ได้เว่อร์นะ) ความทรงจำเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้เป็นคล้ายๆกับ chapter ในดีวีดี ตัวอย่างเช่น
- อนุบาลสอง ที่ใกล้ประตูใหญ่ของโรงเรียน ฝากพี่เลี้ยงไปซื้อขนม 5 บาท แต่พี่ดันซื้อถั่วมากินเอง (ทำไมล่ะ....)

-วันสอบเข้าโรงเรียนประถม วันนั้นต้องไปเต้นระบำงานวันเด็กที่โรงเรียนอนุบาลเก่าหลังจากสอบเสร็จ ดังนั้นเลยต้องแต่งหน้าไปสอบ เรานั่งในห้องริมซ้ายเยื้องประตู วันนั้นมีแดดส่องเข้ามาในห้องนิดหน่อย เราทำไปถึงข้อ 20 กว่า ครูก็เดินมาถามว่าแต่งหน้าไปไหน เราบอกว่าจะไปเต้นงานโรงเรียนต่อ ครูเลยบอกว่าไม่ต้องทำแล้ว ไปเต้นเลย (อ้าว.... ผมก็ยังงงอยู่จนทุกวันนี้) ก็เออออลงจากตึกไป หน้าโรงเรียนพ่อนั่งรออยู่บนมอไซค์สีแดง

- ป.1 เรียกเพื่อนที่ชื่อว่า ราชศักดิ์ ว่า เอกราช , เรียกเพื่อนที่ชื่อ แคท ว่า แมว

ฯลฯ

เวลาไปสยามจะสนุกมาก เพราะเราจะเจอเพื่อนประถมโรงเรียนเดียวกัน แต่ไม่เคยเรียนด้วยกันบ่อยๆ ซึ่งเราจำหน้าเขาได้ แต่เรากลายเป็นคนอื่นในสายตาเขาไปแล้ว แต่เราจะมีความสุขที่เราได้เห็นว่าเดี๋ยวนี้ คนๆนี้ไม่เหมือนกับสมัยนั้นเลยนะ

 กับบางคนเราเคยคุยกัน แต่ตอนนี้เราไม่แน่ใจว่าเขาจะจำเราได้หรือเปล่า เช่น ช่วงหนึ่งสมัย ม.ปลาย ที่ออกตระเวนดูหนังตามเทศกาลและสถาบัน เราเคยคุยกับพี่ Madeleine de Scudery หลายทีมากๆ จำได้เลยว่ายังถามพี่เขาอยู่เลยว่า ทำไม road home ถึงใช้ภาพขาวดำในตอนแรก แล้วใช้ภาพสีในกลางเรื่อง

ซึ่งคำถามนั้นเราถามที่บริษัท kick the machine เพราะมีช่วงหนึ่งที่พี่เจ้ยเขาฉายหนังเล็กๆในออฟฟิศเขา แล้วใครก็สามารถไปดูได้ ตอนนั้นเจอพี่เขาบ่อยมาก เคยนั่งฟังพี่ๆคุยกัน ไปงานฉายหนังของมูลนิธิหนังไทย เคยคุยกับพี่ลิ แต่เพิ่งจะมาทำความรู้จักใหม่อีกครั้งเมื่อปีที่แล้วเอง (55 ตลกดี )

ไม่รู้ว่าพี่ madeleine หรือพี่เจ้ย จะจำเราได้รึเปล่า แต่ไม่เป็นไร เพราะความสัมพันธ์ย่อมเริ่มใหม่ได้ เย่

บางทีเราก็ขี้กลัวเองด้วย บางทีก็ไม่ค่อยกล้าไปทักใครก่อน กลัวหน้าแหกว่าแกเป็นใคร ( 55 แต่ คิดกลับกันคือพี่ๆเขาก็อาจจะจำเราได้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเราจะจำเขาได้รึเปล่าเช่นกัน))

 นี่ยังไม่นับเรื่องมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สุข เศร้า เหงา รัก ที่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำทั้งหมด แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่สำคัญเท่าปัจจุบันใช่ไหมล่ะ ( เข้าโหมดซึ้งเชิงปรัชญา) ไม่ว่าเรื่องในเวลานั้นจะเศร้าหรือสุขสักเพียงไหน แต่เมื่อมันกลายมาเป็นความทรงจำ เรารู้สึกว่ามันจะทำให้ยิ้มได้เสมอ

 แต่จะว่าไปเดี๋ยวนี้ก็เริ่มหลงๆลืมๆบ้าง ส่วนมากจะลืมชื่อ แต่จำหน้าได้ ....คงแก่แล้ว 55

 
2. กลัวความสูง

จะงดเครื่องเล่นทุกชนิดที่เกี่ยวกับความสูงและหวาดเสียว สมัยเด็กกลัวการข้ามสะพานลอย จะไม่ไปยืนบนที่สูงที่ไม่มั่นคง จะสารภาพต่อหน้าเพื่อน หรือ ต่อหน้าหญิงอย่างไม่อายว่า เรากลัวความสูง เราไม่เล่น เราไม่ขึ้น อย่างไม่กลัวเสียเชิงชาย จะหาว่ากรูไม่เอ๊กซ์ตรีม ก็เรื่องของมึง เพราะจะไม่ยอมจ่ายตังค์ไปให้ตัวเองเสียขวัญ เวลาขึ้นไปที่สูงๆพวกนี้ สิ่งที่จะคิดและเห็นคือ 1. ภาพตัวเองกระโดดลงมา 2. ภาพของสิ่งก่อสร้างที่ยืนอยู่นั้นถล่มหรือพังลงมา  

 
3.คิดเยอะ และ นอยด์แดกเก่ง
คือเมื่อก่อนชอบเก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องมาคิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดเผื่อ คิดแทน แต่พยายามจะเลิกโรคนี้ให้ได้ไวๆ จะได้มีความสุขเยอะๆ ส่วนเรื่องนอยด์แดก ก็อย่างเช่น สมมติกรอกเอกสารอะไรก็จะเช็คๆๆๆๆๆ 100 รอบ (โดยเฉพาะเลขที่บัตรประชาชน หรือ ไอ้บรรดาตัวเลขๆทั้งหลาย) สอบเอนทรานซ์ ก่อนส่งข้อสอบ ก็เช็คชื่อนามสกุลและรหัสอยู่ประมาณ แสนรอบ มีอยู่แค่ 3 บรรทัดน่ะ เช็คเข้าไป พอออกจากห้อง ก็จะจิตตกอีกว่าเมื่อกี๊กรอกรหัสถูกรึเปล่า สรุปแล้วเป็นบ้านั่นเอง อาการนี้ก็พยายามจะรักษาและบำบัดอยู่ และดีขึ้นในระดับหนึ่ง

 
4. เคยเป็นลีด
คุณก็รู้นี่ว่า คณะอักษรศาสตร์ ผู้ชายมันเยอะซะขนาดไหน เราเลยโดนเกณฑ์ไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์กับเขาด้วย ซึ่งช่วงฝึกฝนนั้นเป็นค่ำคืนแห่งความทรมาน เพราะต้องซ้อมทุกวัน 4 โมงถึง 2 ทุ่ม ตั้งการ์ด ฟันแขน กระโดดหน้าหลัง โคตรเหนื่อยและน่าเบื่อ อดเข้าห้องเชียร์ เมื่อเปรียบเทียบเรากับคนอื่น ก็ดูเรากับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่หน่วยก้านไม่ได้ที่สุด ผู้ชายคนอื่นบางคนก็เคยเป็นมาแล้วที่โรงเรียน บางคนมีความรู้ด้านนี้มาก่อน เต้นกันฉิวมาก ส่วนผู้หญิงก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะพลิ้วกันมาก มีวันหนึ่งเครียดมาก ทำการบ้านไม่ทัน เลยรวมหัวกับเพื่อนร่วมหน่วยก้าน (เหตุผลของมันคือ อดดูบอล) ร่วมกันประกาศลาออกเขาก็ไม่ยอม และด้วยความเพิ่งเข้าปี 1 เลยแบบ เอาวะๆ spirit  

แต่หลังจากผ่านมันมาได้ ก็สนุกดี ตลกดี

5.คลั่งการตีกลอง
หลายคนอาจจะรู้ว่าเราตีกลอง แต่คงไม่รู้ว่าอาการนี้มันหนักขนาดไหน เรื่องของเรื่องคือ สมัยเด็กๆจำได้ว่า แม่จะชอบดุว่า อย่าเคาะโน่นเคาะนี่ได้ไหม เราก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงชอบเคาะ ต่อมา ด้วยความอะไรก็ไม่รู้ ทำให้อยากฝึกกีตาร์ ก็เกาๆใหญ่ ทุ่มเทมาก เล่นได้หนึ่งเพลงคือ รักเธอแต่เธอไม่เคยรู้ ของแหม่มแคทลียา พอเล่นได้แล้วฮึกเหิมมากๆ เล่นมันทั้งวัน เพลงเดียวนี่แหละ จากนั้นความพยายามก็เริ่มลดถอยลงไป เมื่อเจอคอร์ดยากๆ แล้วก็เลิกเล่นไปในที่สุด

 จู่ๆ เข้ามหาวิทยาลัย ก็รู้สึกอยากตีกลองสันทนาการมากๆ ก็ไปตีๆ กลายเป็นมือกลองสันที่คณะไป และที่คณะอักษรนั่นเอง ที่เครื่องดนตรีอย่างกลองนั้น ถูกทิ้งร้างไว้ในห้องดนตรี ก็รู้สึกว่าอยากเล่น

จากวันนั้น ก็เริ่มเล่นมาเรื่อยๆ พยายามแยกประสาทเอง เพราะไม่มีใครสอน เล่นไปสักพักก็ตัน และไม่มีใครสอน เลยต้องไปเสียเงินเรียนจนเรียนมหาลัยจบ และก็ซ้อมกลองที่คณะเกือบทุกวัน คนเดียว (คนอื่นๆจะเล่นดนตรีกันเฉพาะตอนซ้อมเล่นคอนเสิร์ตคณะ)

 หลังจากจบมหาลัย ปัจจุบันก็ยังแอบดอดไปตีกลองที่มหาลัยอยู่ ช่วง 6 โมงเย็น เพราะไม่มีคนอยู่และไม่ต้องตอบคำถามน้องว่า พี่เต๋อมาทำอะไร ว่างๆขณะขับรถก็จะตีหน้าตักตัวเองไปเรื่อย รู้สึกอยากเก่งกว่านี้อีก เป็นความมุ่งมั่นส่วนตัวลึกๆ ความจริงอยากจะซื้อมาตั้งไว้ที่บ้าน จะได้จบๆเรื่อง แต่บ้านก็ไม่มีที่ให้ตั้งอีก จะไปเช่าห้องซ้อมก็เปลืองมาก เพราะไปเล่นคนเดียว

มันก็เศร้าอย่างนี้แล

 

6. แถม ... nawee4@hotmail.com

Nawee มีที่มาอย่างไร
- มันไม่มีเหตุผลมากๆ ดังนี้ ชื่อเราคือ
nawapol เคยตั้งชื่อเมล์ว่า nawa แต่ต่อมาชอบหน่วยจู่โจมนาวีซีล (ไม่มีเหตุผล) เลยเปลี่ยนเป็น nawee (ปัจจุบันไม่ได้รู้สึกอะไรกับหน่วยนี้แล้ว)

 4 มีที่มาอย่างไร
- ชอบ เลข 4 เพราะเกิดวันที่ 4 และตัวเองมันจะได้คู่กับเลข 4 เช่น เลขที่ในห้องตอนเรียนหนังสือ ก็จะได้ 44

 จบ

ขอขอบคุณ พี่เตเต้ คุณตินกานต์ และ คุณสมเบิ้ล และ อู๋เจียนเต้า และใครอีกหลายคน สำหรับการแท็กในครั้งนี้

 

จะแท็กใครต่อ ....

เขาโดนกันไปหมดแล้วง่ะทำไงดี

1. คุณคันฉ่องส่องทาง (เขียนไปแล้ว)
http://merveillesxx.bloggang.com/

 
2. พี่โบ้ท สมพจน์ ชิตเกสรพงศ์ ผู้ได้ดีที่เมืองนอก

http://livefromcalarts.blogspot.com/
(อ้าว... เขาโดนแท็กไปแล้วเช่นกัน ไปตามอ่านเลยละกัน)

 
3. เป็นก่อ ผู้สะสมเพลงเสื่อม (แต่เราก็ชอบ)

http://pen-kor.spaces.live.com/

 
4. พี่แก้มพอง พี่แก้มบวมผู้ร่วมงานในอะเดย์ แท็กพี่จะได้ให้พี่ไปเล่นต่อ

http://bigbua.spaces.live.com/

 
5. หมาคาเฟ่ .... จะรออ่านอย่างใจจดใจจ่อออออออ

 

 จบจบจบ


edit @ 2007/01/10 15:56:17
edit @ 2007/01/10 15:56:53
edit @ 2007/01/10 16:17:41